เตรียมตัวเดินทางไปออสเตรเลีย

เตรียมตัวเดินทางไปออสเตรเลีย

ข้อมูลทั่วไปประเทศออสเตรเลีย 

ออสเตรเลีย (อังกฤษ: Commonwealth of Australia) เป็นประเทศซึ่งประกอบด้วยแผ่นดินหลักของทวีปออสเตรเลีย เกาะแทสเมเนีย และเกาะอื่นๆในมหาสมุทรอินเดีย แปซิฟิก และมหาสมุทรใต้ ประเทศเพื่อนบ้านของออสเตรเลียประกอบด้วย อินโดนีเซียปาปัวนิวกินี และติมอร์ตะวันออกทางเหนือ หมู่เกาะโซโลมอน วานูอาตู และนิวแคลิโดเนียทางตะวันออกเฉียงเหนือ และนิวซีแลนด์ทางตะวันออกเฉียงใต้ชื่อออสเตรเลียมาจากคำในภาษาละตินว่า australisซึ่งหมายถึงทิศใต้ โดยมีตำนานถึง"ดินแดนทางใต้ที่ไม่รู้จัก" (ละติน: terra australis incognita) ชาวยุโรปเริ่มสำรวจค้นพบออสเตรเลียในพุทธศตวรรษที่22และต่อมาจึงกลายเป็นดินแดนอาณานิคมของบริเตนโดยเริ่มต้นเป็นอาณานิคมนักโทษในนิวเซาท์ เวลส์และจึงมีการตั้งอาณานิคมขึ้นอีกห้าแห่งอาณานิคมทั้งหกรวมตัวเป็นสหพันธรัฐในปีพ.ศ. 2444 ออสเตรเลียมีชนพื้นเมืองซึ่งอาศัยตั้งแต่ก่อนชาวยุโรปเข้ามา เรียกว่าชาวอะบอริจิน

ประวัติศาสตร์ประเทศออสเตรเลีย

ชนพื้นเมืองในออสเตรเลียก่อนการตั้งถิ่นฐานของชาวยุโรป  คือชาวอะบอริจินและชาวเกาะทอร์เรสสเทรตซึ่งชนเหล่านี้มีภาษาแตกต่างกันนับร้อยภาษา ประมาณการว่ามีชาวอะบอริจินมากกว่า 780,000 นอยู่ในออสเตรเลียในปี พ.ศ. 2331การค้นพบออสเตรเลีย ของชาวยุโรปครั้งแรกที่มีการบันทึกไว้ เกิดขึ้นในปีพ.ศ.2149เป็นเรือของชาวดัตช์โดยกัปตัน WillemJanszoonทำแผนที่ชายฝั่งส่วน หนึ่งของออสเตรเลียระหว่างปีพ.ศ. 2149 และ 2313มีเรือของชาวยุโรปประมาณ54ลำจากหลายชาติเดินทางมาที่ออสเตรเลียซึ่งรู้จัก  ในขณะนั้นว่านิวฮอลแลนด์ในปีพ.ศ.2313เจมส์คุกเดินทางมาสำรวจออสเตรเลียและทำแผนที่ชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย และได้ประกาศให้เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร ให้ชื่อว่านิวเซาท์เวลส์ต่อมาสหราชอาณา จักรใช้ออสเตรเลียเป็นอาณา นิคมสำหรับนักโทษ(penalcolony)ฝูงเรือแรก เดินทางมาถึงออสเตรเลียที่อ่าวซิดนีย์ในปีพ.ศ. 2330 ในวันที่ 26 มกราคม (ค.ศ. 1788)ซึ่งต่อมาเป็นวันออสเตรเลีย ผู้ตั้งถิ่นฐานยุคแรกส่วนใหญ่เป็นนักโทษและครอบครัว ของทหารโดยมีผู้อพยพเสรีเริ่มเข้ามาในปีพ.ศ.2336 มีการตั้งถิ่นฐานบน
 
 เกาะแทสเมเนียหรือชื่อในขณะนั้นคือฟานไดเมนส์แลนด์ ในปีพ.ศ. 2346 และตั้งเป็นอาณานิคมแยกอีกแห่งหนึ่งในปีพ.ศ. 2368 สหราชอาณาจักรประกาศสิทธิในฝั่งตะวันตกในปี พ.ศ. 2372 และเริ่มมีการตั้งอาณานิคมแยกขึ้นมาอีกหลายแห่ง ได้แก่เซาท์ออสเตรเลีย วิกตอเรีย และควีนส์แลนด์ โดยแยกออกมาจากนิวเซาท์เวลส์ เซาท์ออสเตรเลียไม่เคยเป็นอาณานิคมนักโทษ ในขณะที่วิกตอเรียและเวสเทิร์นออสเตรเลียยอมรับการขนส่งนักโทษภายหลัง เรือนักโทษลำสุดท้ายมาถึงนิวเซาท์เวลส์ในปี พ.ศ. 2391 หลังจากการรณรงค์ยกเลิกโดยกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานการขนส่งนักโทษยุติอย่างเป็นทางการในปีพ.ศ. 2396 ในนิวเซาท์เวลส์และแทสเมเนีย และปีพ.ศ. 2411 ในเวสเทิร์นออสเตรเลียปีพ.ศ. 2394 เอดเวิร์ด ฮาร์กรีฟส์ ค้นพบสายแร่ทอง ในที่ๆเขาตั้งชื่อว่าโอฟีร์ (Ophir) ในนิวเซาท์เวลส์
 
ชนพื้นเมืองในออสเตรเลียก่อนการตั้งถิ่นฐานของชาวยุโรป  คือชาวอะบอริจินและชาวเกาะทอร์เรสสเทรตซึ่งชนเหล่านี้มีภาษาแตกต่างกันนับร้อยภาษา ประมาณการว่ามีชาวอะบอริจินมากกว่า 780,000 นอยู่ในออสเตรเลียในปี พ.ศ. 2331การค้นพบออสเตรเลีย ของชาวยุโรปครั้งแรกที่มีการบันทึกไว้ เกิดขึ้นในปีพ.ศ.2149เป็นเรือของชาวดัตช์โดยกัปตัน WillemJanszoonทำแผนที่ชายฝั่งส่วน หนึ่งของออสเตรเลียระหว่างปีพ.ศ. 2149 และ 2313มีเรือของชาวยุโรปประมาณ54ลำจากหลายชาติเดินทางมาที่ออสเตรเลียซึ่งรู้จัก  ในขณะนั้นว่านิวฮอลแลนด์ในปีพ.ศ.2313เจมส์คุกเดินทางมาสำรวจออสเตรเลียและทำแผนที่ชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย และได้ประกาศให้เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร ให้ชื่อว่านิวเซาท์เวลส์ต่อมาสหราชอาณา จักรใช้ออสเตรเลียเป็นอาณา นิคมสำหรับนักโทษ(penalcolony)ฝูงเรือแรก เดินทางมาถึงออสเตรเลียที่อ่าวซิดนีย์ในปีพ.ศ. 2330 ในวันที่ 26 มกราคม (ค.ศ. 1788)ซึ่งต่อมาเป็นวันออสเตรเลีย ผู้ตั้งถิ่นฐานยุคแรกส่วนใหญ่เป็นนักโทษและครอบครัว ของทหารโดยมีผู้อพยพเสรีเริ่มเข้ามาในปีพ.ศ.2336 มีการตั้งถิ่นฐานบน
 
เกาะแทสเมเนียหรือชื่อในขณะนั้นคือฟานไดเมนส์แลนด์ ในปีพ.ศ. 2346 และตั้งเป็นอาณานิคมแยกอีกแห่งหนึ่งในปีพ.ศ. 2368 สหราชอาณาจักรประกาศสิทธิในฝั่งตะวันตกในปี พ.ศ. 2372 และเริ่มมีการตั้งอาณานิคมแยกขึ้นมาอีกหลายแห่ง ได้แก่เซาท์ออสเตรเลีย วิกตอเรีย และควีนส์แลนด์ โดยแยกออกมาจากนิวเซาท์เวลส์ เซาท์ออสเตรเลียไม่เคยเป็นอาณานิคมนักโทษ ในขณะที่วิกตอเรียและเวสเทิร์นออสเตรเลียยอมรับการขนส่งนักโทษภายหลัง เรือนักโทษลำสุดท้ายมาถึงนิวเซาท์เวลส์ในปี พ.ศ. 2391 หลังจากการรณรงค์ยกเลิกโดยกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานการขนส่งนักโทษยุติอย่างเป็นทางการในปีพ.ศ. 2396 ในนิวเซาท์เวลส์และแทสเมเนีย และปีพ.ศ. 2411 ในเวสเทิร์นออสเตรเลียปีพ.ศ. 2394 เอดเวิร์ด ฮาร์กรีฟส์ ค้นพบสายแร่ทอง ในที่ๆเขาตั้งชื่อว่าโอฟีร์ (Ophir) ในนิวเซาท์เวลส์

ทำให้เกิดยุคตื่นทองนำคนจำนวนมากเดินทางมาออสเตรเลียในปีพ.ศ.2444หกอาณานิ คมในออสเตรเลียรวมตัวกันเป็นสหพันธรัฐในชื่อเครือรัฐ ออสเตรเลีย (Common wealth  of Australia)ประกอบด้วยรัฐนิวเซาท์เวลส์รัฐวิกตอเรียรัฐควีนส์แลนด์รัฐเซาท์ออสเตร เลีย รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียและรัฐแทสเมเนียรวมหกรัฐเข้าอยู่ภายใต้ รัฐธรรมนูญหนึ่งเดียว เฟเดอรัล แคพิทัลเทร์ริทอรีก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ.2454เป็นเมืองหลวงของ สหพันธรัฐ จากส่วนหนึ่งของรัฐนิว เซาท์ เวลส์บริเวณแยส-แคนเบอร์ราและเริ่มดำเนิน งานรัฐสภาในแคน เบอร์รา ในปีพ.ศ. 2470 ในปีพ.ศ. 2454นอร์เทิร์นเทร์ริ ทอรี แยกตัวออกมาจากเซาท์ออสเตรเลียและเข้าเป็นดินแดนในกำกับของสหพันธ์ ออสเตรเลียสมัครใจเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่หนึ่งโดยมีอาสาสมัครเข้าร่วมถึง60,000 คนจากประชากรชายน้อยกว่าสามล้านคนออสเตรเลียประกาศใช้บทกฎหมายเวสต์มินสเตอร์ คริสต์ศักราช 1931(พ.ศ. 2474) ในปีพ.ศ. 2485โดยมีผลบังคับใช้ย้อนไปตั้งแต่ 3กันยายนพ.ศ.2482ซึ่งเป็นการยุติบทบาทนิติบัญญัติของสหราชอาณาจักรในออสเตรเลียเกือบทั้งหมดในสงคราม โลกครั้งที่สองออสเตรเลียประกาศสงครามกับ
 
 เยอรมนีพร้อมกับสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสหลังจากเยอรมนีบุกโปแลนด์ ออสเตรเลีย ส่งทหารเข้าร่วมสมรภูมิในยุโรปเมดิเตอร์เร เนียนและแอฟริกาเหนือแผ่นดินออสเตรเลีย โดนโจมตีโดยตรงครั้งแรกจากการเข้าตีโฉบฉวยทางอากาศของญี่ปุ่น ที่ดาร์วินออสเตรเลียยุตินโยบายออสเตรเลียขาวโดยดำเนินการขั้นสุดท้ายในปีพ.ศ.2516พระราชบัญญัติออสเตรเลียคริสต์ศักราช1986(พ.ศ.2529)ยกเลิกบทบาทของสหราชอาณาจักรในอำนาจนิติบัญญัติและตุลาการของ ออสเตรเลีย โดยสิ้นเชิงในปีพ.ศ.2542 ออสเตรเลีย  จัดการลงประชามติว่าจะให้ประเทศเป็นสาธารณรัฐมีประธานาธิบดีแต่งตั้งจากรัฐสภาหรือไม่ซึ่งคะแนนเสียงเกือบ55%ลงคะแนนปฏิเสธ
 
ทำให้เกิดยุคตื่นทองนำคนจำนวนมากเดินทางมาออสเตรเลียในปีพ.ศ.2444หกอาณานิ คมในออสเตรเลียรวมตัวกันเป็นสหพันธรัฐในชื่อเครือรัฐ ออสเตรเลีย (Common wealth  of Australia)ประกอบด้วยรัฐนิวเซาท์เวลส์รัฐวิกตอเรียรัฐควีนส์แลนด์รัฐเซาท์ออสเตร เลีย รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียและรัฐแทสเมเนียรวมหกรัฐเข้าอยู่ภายใต้ รัฐธรรมนูญหนึ่งเดียว เฟเดอรัล แคพิทัลเทร์ริทอรีก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ.2454เป็นเมืองหลวงของ สหพันธรัฐ จากส่วนหนึ่งของรัฐนิว เซาท์ เวลส์บริเวณแยส-แคนเบอร์ราและเริ่มดำเนิน งานรัฐสภาในแคน เบอร์รา ในปีพ.ศ. 2470 ในปีพ.ศ. 2454นอร์เทิร์นเทร์ริ ทอรี แยกตัวออกมาจากเซาท์ออสเตรเลียและเข้าเป็นดินแดนในกำกับของสหพันธ์ ออสเตรเลียสมัครใจเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่หนึ่งโดยมีอาสาสมัครเข้าร่วมถึง60,000 คนจากประชากรชายน้อยกว่าสามล้านคนออสเตรเลียประกาศใช้บทกฎหมายเวสต์มินสเตอร์ คริสต์ศักราช 1931(พ.ศ. 2474) ในปีพ.ศ. 2485โดยมีผลบังคับใช้ย้อนไปตั้งแต่ 3กันยายนพ.ศ.2482ซึ่งเป็นการยุติบทบาทนิติบัญญัติของสหราชอาณาจักรในออสเตรเลียเกือบทั้งหมดในสงคราม โลกครั้งที่สองออสเตรเลียประกาศสงครามกับ
 
เยอรมนีพร้อมกับสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสหลังจากเยอรมนีบุกโปแลนด์ ออสเตรเลีย ส่งทหารเข้าร่วมสมรภูมิในยุโรปเมดิเตอร์เร เนียนและแอฟริกาเหนือแผ่นดินออสเตรเลีย โดนโจมตีโดยตรงครั้งแรกจากการเข้าตีโฉบฉวยทางอากาศของญี่ปุ่น ที่ดาร์วินออสเตรเลียยุตินโยบายออสเตรเลียขาวโดยดำเนินการขั้นสุดท้ายในปีพ.ศ.2516พระราชบัญญัติออสเตรเลียคริสต์ศักราช1986(พ.ศ.2529)ยกเลิกบทบาทของสหราชอาณาจักรในอำนาจนิติบัญญัติและตุลาการของ ออสเตรเลีย โดยสิ้นเชิงในปีพ.ศ.2542 ออสเตรเลีย  จัดการลงประชามติว่าจะให้ประเทศเป็นสาธารณรัฐมีประธานาธิบดีแต่งตั้งจากรัฐสภาหรือไม่ซึ่งคะแนนเสียงเกือบ55%ลงคะแนนปฏิเสธ
 

วัฒนธรรมและประชากรประเทศออสเตรเลีย

วัฒนธรรมของออสเตรเลียมีลักษณะเป็นวัฒนธรรมตะวันตก  โดยเฉพาะแบบอังกฤษหรือแองโกล-เคลติกแต่ก็ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะซึ่งพัฒนามาจากสภาพแวดล้อมและชนพื้นเมืองในระยะหลัง วัฒนธรรมของออสเตรเลียยังได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอเมริกันประเทศ ออสเตรเลียมีประชากรทั้งหมด 19ล้านคน ส่วนมากอทศัยอยู่ทางชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกเฉียงใต้ และในแทสมาเนียซึ่งประมาณ85%ของประชากรทั้งหมดอาศัยอยู่ใกล้หรืติดชายฝั่งทะเลชาวออสเตรเลีย ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการและดำเนินชีวิตแบบตะวันตกประเทศออสเตรเลีย เปรียบเสมือนบ้านของคนจาดทั่วทุกมุมโลกประชากรประมาณ1ใน5ของประชากรทั้งหมด ที่อาศัยในประเทศออสเตรเลียเป็นชาวต่างชาติ ทั้งจากเอเชียยุโรปอังกฤษและ อเมริกา ปัจจุบันนี้ประเทศออสเตรเลียได้มีการติด ต่อกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคอย่างใกล้ชิดประชากรพื้นเมืองของออสเตรเลีย  ได้แก่​ชาวอะบอริจินบนแผ่นดินหลักและชาวเกาะช่องแคบทอร์เรส​ซึ่งมีทั้งหมด 410,003คน ในปีพ.ศ.2544 (ร้อยละ ​2.2 ​ของประชากร)

สภาพภูมิอากาศประเทศออสเตรเลีย

สภาพภูมิอากาศของออสเตรเลียแตกต่างกันในแต่ละรัฐ สภาพอากาศทั่วไปจะเป็นแบบเขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดที่ทัสเมเนียประมาณ 11-12 องศาเซลเซียส และร้อนสุดที่มณฑลตอนเหนือประมาณ 34 องศาเซลเซียส
-ฤดูใบไม้ผลิ กันยายน - พฤศจิกายน อากาศดี ดอกไม้บานสวยงาม
-ฤดูร้อนธันวาคม – กุมภาพันธ์ อากาศร้อนและแห้งแล้ง บางแห่งร้อนจัด
-ฤดูใบไม้ร่วงมีนาคม – พฤษภาคม อากาศเริ่มเย็นลงตามเมืองชายฝั่งทางตอนใต้และเมืองในเขตป่าฝนจะตกชุก
-ฤดูหนาวมิถุนายน – สิงหาคม อากาศเย็นจัด มีหิมะตกบนเขตภูเขาสูงโดยทั่วไป
ตลอดทั้งปีออสเตรเลียจะมีท้องฟ้าใสและแดดแรง โดยเฉพาะตามเมืองชายทะเลและเมืองในแถบทะเลทราย จึงควรป้องกันการถูกแดดเผาโดยการใส่หมวกปีกกว้างและทาครีมกันแดดเสมอ

ภาษาประเทศออสเตรเลีย  คือ ภาษาอังกฤษ  


สกุลเงินประเทศออสเตรเลีย 
 
สกุลเงินออสเตรเลียใช้หน่วยเงินเป็นดอลล่าร์ออสเตรเลีย (100เซ็นต์จะเท่ากับ1ดอลล่าร์)
ธนบัตรจะมีตั้งแต่ 100 , 50 , 20 , 10 และ 5 ดอลล่าร์ ส่วนเหรียญจะมีตั้งแต่ 5 , 10 , 20 ,50 เซ็นต์ 1 และ 2 ดอลล่าร์ บริการการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ จะมีให้บริการที่สนามบินระหว่างประเทศแก่ทุกเที่ยวบินที่เดินทางเข้าและออก ประเทศและการแลกเปลี่ยนเงินตราหรือการแลกเช็คเดินทางสามารถทำได้อย่างรวดเร็วได้ที่ธนาคารส่วนใหญ่ในประเทศ บัตรเอทีเอ็มสามารถใช้ได้ในประเทศได้ที่ตู้เอทีเอ็มทุกๆแห่งบัตรเอทีเอ็มของประเทศอื่นๆก็สามารถใช้ได้เช่นกัน การจะเป็นเจ้าของ บัตรจะต้องใช้ระหัสประจำตัว(Personal Identification Number หรือ PIN) ในการเข้าใช้บริการหรือกดเงินสด ซึ่งเจ้าของบัตรสามารถติดต่อขอข้อมูลสำหรับบริการต่างๆและค่าธรรมเนียม ของการใช้บัตรจากธนาคารเจ้าของบัตรได้
 
ศุลกากรประเทศออสเตรเลีย 
  
กฎหมายของออสเตรเลียได้ระบุไว้อย่างเข้มงวดว่าห้ามนำยาเสพย์ติด อาวุธต่างๆ ,ปืน และสิ่งของอื่นๆ ที่มีการระบุว่าห้ามนำเข้าประเทศอย่างเด็ดขาด โดยผู้ที่ฝ่าฝืนจะได้รับการลงโทษอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาเสพย์ติดซึ่งกฎหมายจะเข้มงวดเป็นพิเศษห้ามนำเข้าขนสัตว์ หนังสัตว์ งาช้างและอวัยวะอื่นของสัตว์และนกประเภทต่างๆ นักท่องเที่ยวห้ามนำอาหารและพืชชนิดต่างๆเข้ามาในออสเตรเลีย หรือถ้ามีจะต้องแจ้งไว้ในบัตรผู้เดินทางขาเข้าประเทศและต้องนำกระเป๋าเดินทางไปแสดงที่ช่องตรวจสีแดงเพื่อที่จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาหารและพืชที่นำ เข้ามาในประเทศและถ้าตรวจสอบแล้วว่าไม่มีผลเสียใดๆก็จะได้รับคืนสำหรับที่ตรวจสอบแล้วไม่ผ่านจะต้องส่ง กลับประเทศ
 
เมืองน่าเที่ยวประเทศออสเตรเลีย 
  
Sydney New South Wales (NSW) มี Sydney เป็นเมืองหลวง เป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดและเป็นเมืองที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย มีชื่อเสียงในเรื่องชายหาด และความหลากหลายของวัฒนธรรม
 
Melbourne เมลเบิร์น 
Victoria (VIC) มี Melbourne เป็นเมืองหลวงเป็นเมืองที่ทั่วโลกรู้จักในเรื่องของวัฒนธรรมและความผสมผสานทางศิลปะบ่อยครั้งที่ถูกเปรียบเทียบกับยุโรปในเรื่องของสถาปัตยกรรมและวิธีการ
 
Brisbane บริสเบน
Queensland (QLD) มี Brisbane เป็นเมืองหลวงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทั้งของชาวออสเตรเลียและนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีอากาศที่ดี Great Barrier Reef เป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับโลก
 
Perth เพิร์ท เพิร์ธ
Western Australia (WA) มี Perth เป็นเมืองหลวง เป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุด แต่มีประชากรเพียงแค่ 8% อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุประมาณ 25% GDP

ประวัติศาสตร์ประเทศออสเตรเลีย

ชนพื้นเมืองในออสเตรเลียก่อนการตั้งถิ่นฐานของชาวยุโรป  คือชาวอะบอริจินและชาวเกาะทอร์เรสสเทรตซึ่งชนเหล่านี้มีภาษาแตกต่างกันนับร้อยภาษา ประมาณการว่ามีชาวอะบอริจินมากกว่า 780,000 นอยู่ในออสเตรเลียในปี พ.ศ. 2331การค้นพบออสเตรเลีย ของชาวยุโรปครั้งแรกที่มีการบันทึกไว้ เกิดขึ้นในปีพ.ศ.2149เป็นเรือของชาวดัตช์โดยกัปตัน WillemJanszoonทำแผนที่ชายฝั่งส่วน หนึ่งของออสเตรเลียระหว่างปีพ.ศ. 2149 และ 2313มีเรือของชาวยุโรปประมาณ54ลำจากหลายชาติเดินทางมาที่ออสเตรเลียซึ่งรู้จัก  ในขณะนั้นว่านิวฮอลแลนด์ในปีพ.ศ.2313เจมส์คุกเดินทางมาสำรวจออสเตรเลียและทำแผนที่ชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย และได้ประกาศให้เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร ให้ชื่อว่านิวเซาท์เวลส์ต่อมาสหราชอาณา จักรใช้ออสเตรเลียเป็นอาณา นิคมสำหรับนักโทษ(penalcolony)ฝูงเรือแรก เดินทางมาถึงออสเตรเลียที่อ่าวซิดนีย์ในปีพ.ศ. 2330 ในวันที่ 26 มกราคม (ค.ศ. 1788)ซึ่งต่อมาเป็นวันออสเตรเลีย ผู้ตั้งถิ่นฐานยุคแรกส่วนใหญ่เป็นนักโทษและครอบครัว ของทหารโดยมีผู้อพยพเสรีเริ่มเข้ามาในปีพ.ศ.2336 มีการตั้งถิ่นฐานบน
 
 เกาะแทสเมเนียหรือชื่อในขณะนั้นคือฟานไดเมนส์แลนด์ ในปีพ.ศ. 2346 และตั้งเป็นอาณานิคมแยกอีกแห่งหนึ่งในปีพ.ศ. 2368 สหราชอาณาจักรประกาศสิทธิในฝั่งตะวันตกในปี พ.ศ. 2372 และเริ่มมีการตั้งอาณานิคมแยกขึ้นมาอีกหลายแห่ง ได้แก่เซาท์ออสเตรเลีย วิกตอเรีย และควีนส์แลนด์ โดยแยกออกมาจากนิวเซาท์เวลส์ เซาท์ออสเตรเลียไม่เคยเป็นอาณานิคมนักโทษ ในขณะที่วิกตอเรียและเวสเทิร์นออสเตรเลียยอมรับการขนส่งนักโทษภายหลัง เรือนักโทษลำสุดท้ายมาถึงนิวเซาท์เวลส์ในปี พ.ศ. 2391 หลังจากการรณรงค์ยกเลิกโดยกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานการขนส่งนักโทษยุติอย่างเป็นทางการในปีพ.ศ. 2396 ในนิวเซาท์เวลส์และแทสเมเนีย และปีพ.ศ. 2411 ในเวสเทิร์นออสเตรเลียปีพ.ศ. 2394 เอดเวิร์ด ฮาร์กรีฟส์ ค้นพบสายแร่ทอง ในที่ๆเขาตั้งชื่อว่าโอฟีร์ (Ophir) ในนิวเซาท์เวลส์
 
ชนพื้นเมืองในออสเตรเลียก่อนการตั้งถิ่นฐานของชาวยุโรป  คือชาวอะบอริจินและชาวเกาะทอร์เรสสเทรตซึ่งชนเหล่านี้มีภาษาแตกต่างกันนับร้อยภาษา ประมาณการว่ามีชาวอะบอริจินมากกว่า 780,000 นอยู่ในออสเตรเลียในปี พ.ศ. 2331การค้นพบออสเตรเลีย ของชาวยุโรปครั้งแรกที่มีการบันทึกไว้ เกิดขึ้นในปีพ.ศ.2149เป็นเรือของชาวดัตช์โดยกัปตัน WillemJanszoonทำแผนที่ชายฝั่งส่วน หนึ่งของออสเตรเลียระหว่างปีพ.ศ. 2149 และ 2313มีเรือของชาวยุโรปประมาณ54ลำจากหลายชาติเดินทางมาที่ออสเตรเลียซึ่งรู้จัก  ในขณะนั้นว่านิวฮอลแลนด์ในปีพ.ศ.2313เจมส์คุกเดินทางมาสำรวจออสเตรเลียและทำแผนที่ชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย และได้ประกาศให้เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร ให้ชื่อว่านิวเซาท์เวลส์ต่อมาสหราชอาณา จักรใช้ออสเตรเลียเป็นอาณา นิคมสำหรับนักโทษ(penalcolony)ฝูงเรือแรก เดินทางมาถึงออสเตรเลียที่อ่าวซิดนีย์ในปีพ.ศ. 2330 ในวันที่ 26 มกราคม (ค.ศ. 1788)ซึ่งต่อมาเป็นวันออสเตรเลีย ผู้ตั้งถิ่นฐานยุคแรกส่วนใหญ่เป็นนักโทษและครอบครัว ของทหารโดยมีผู้อพยพเสรีเริ่มเข้ามาในปีพ.ศ.2336 มีการตั้งถิ่นฐานบน
 
เกาะแทสเมเนียหรือชื่อในขณะนั้นคือฟานไดเมนส์แลนด์ ในปีพ.ศ. 2346 และตั้งเป็นอาณานิคมแยกอีกแห่งหนึ่งในปีพ.ศ. 2368 สหราชอาณาจักรประกาศสิทธิในฝั่งตะวันตกในปี พ.ศ. 2372 และเริ่มมีการตั้งอาณานิคมแยกขึ้นมาอีกหลายแห่ง ได้แก่เซาท์ออสเตรเลีย วิกตอเรีย และควีนส์แลนด์ โดยแยกออกมาจากนิวเซาท์เวลส์ เซาท์ออสเตรเลียไม่เคยเป็นอาณานิคมนักโทษ ในขณะที่วิกตอเรียและเวสเทิร์นออสเตรเลียยอมรับการขนส่งนักโทษภายหลัง เรือนักโทษลำสุดท้ายมาถึงนิวเซาท์เวลส์ในปี พ.ศ. 2391 หลังจากการรณรงค์ยกเลิกโดยกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานการขนส่งนักโทษยุติอย่างเป็นทางการในปีพ.ศ. 2396 ในนิวเซาท์เวลส์และแทสเมเนีย และปีพ.ศ. 2411 ในเวสเทิร์นออสเตรเลียปีพ.ศ. 2394 เอดเวิร์ด ฮาร์กรีฟส์ ค้นพบสายแร่ทอง ในที่ๆเขาตั้งชื่อว่าโอฟีร์ (Ophir) ในนิวเซาท์เวลส์

ทำให้เกิดยุคตื่นทองนำคนจำนวนมากเดินทางมาออสเตรเลียในปีพ.ศ.2444หกอาณานิ คมในออสเตรเลียรวมตัวกันเป็นสหพันธรัฐในชื่อเครือรัฐ ออสเตรเลีย (Common wealth  of Australia)ประกอบด้วยรัฐนิวเซาท์เวลส์รัฐวิกตอเรียรัฐควีนส์แลนด์รัฐเซาท์ออสเตร เลีย รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียและรัฐแทสเมเนียรวมหกรัฐเข้าอยู่ภายใต้ รัฐธรรมนูญหนึ่งเดียว เฟเดอรัล แคพิทัลเทร์ริทอรีก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ.2454เป็นเมืองหลวงของ สหพันธรัฐ จากส่วนหนึ่งของรัฐนิว เซาท์ เวลส์บริเวณแยส-แคนเบอร์ราและเริ่มดำเนิน งานรัฐสภาในแคน เบอร์รา ในปีพ.ศ. 2470 ในปีพ.ศ. 2454นอร์เทิร์นเทร์ริ ทอรี แยกตัวออกมาจากเซาท์ออสเตรเลียและเข้าเป็นดินแดนในกำกับของสหพันธ์ ออสเตรเลียสมัครใจเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่หนึ่งโดยมีอาสาสมัครเข้าร่วมถึง60,000 คนจากประชากรชายน้อยกว่าสามล้านคนออสเตรเลียประกาศใช้บทกฎหมายเวสต์มินสเตอร์ คริสต์ศักราช 1931(พ.ศ. 2474) ในปีพ.ศ. 2485โดยมีผลบังคับใช้ย้อนไปตั้งแต่ 3กันยายนพ.ศ.2482ซึ่งเป็นการยุติบทบาทนิติบัญญัติของสหราชอาณาจักรในออสเตรเลียเกือบทั้งหมดในสงคราม โลกครั้งที่สองออสเตรเลียประกาศสงครามกับ
 
 เยอรมนีพร้อมกับสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสหลังจากเยอรมนีบุกโปแลนด์ ออสเตรเลีย ส่งทหารเข้าร่วมสมรภูมิในยุโรปเมดิเตอร์เร เนียนและแอฟริกาเหนือแผ่นดินออสเตรเลีย โดนโจมตีโดยตรงครั้งแรกจากการเข้าตีโฉบฉวยทางอากาศของญี่ปุ่น ที่ดาร์วินออสเตรเลียยุตินโยบายออสเตรเลียขาวโดยดำเนินการขั้นสุดท้ายในปีพ.ศ.2516พระราชบัญญัติออสเตรเลียคริสต์ศักราช1986(พ.ศ.2529)ยกเลิกบทบาทของสหราชอาณาจักรในอำนาจนิติบัญญัติและตุลาการของ ออสเตรเลีย โดยสิ้นเชิงในปีพ.ศ.2542 ออสเตรเลีย  จัดการลงประชามติว่าจะให้ประเทศเป็นสาธารณรัฐมีประธานาธิบดีแต่งตั้งจากรัฐสภาหรือไม่ซึ่งคะแนนเสียงเกือบ55%ลงคะแนนปฏิเสธ
 
ทำให้เกิดยุคตื่นทองนำคนจำนวนมากเดินทางมาออสเตรเลียในปีพ.ศ.2444หกอาณานิ คมในออสเตรเลียรวมตัวกันเป็นสหพันธรัฐในชื่อเครือรัฐ ออสเตรเลีย (Common wealth  of Australia)ประกอบด้วยรัฐนิวเซาท์เวลส์รัฐวิกตอเรียรัฐควีนส์แลนด์รัฐเซาท์ออสเตร เลีย รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียและรัฐแทสเมเนียรวมหกรัฐเข้าอยู่ภายใต้ รัฐธรรมนูญหนึ่งเดียว เฟเดอรัล แคพิทัลเทร์ริทอรีก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ.2454เป็นเมืองหลวงของ สหพันธรัฐ จากส่วนหนึ่งของรัฐนิว เซาท์ เวลส์บริเวณแยส-แคนเบอร์ราและเริ่มดำเนิน งานรัฐสภาในแคน เบอร์รา ในปีพ.ศ. 2470 ในปีพ.ศ. 2454นอร์เทิร์นเทร์ริ ทอรี แยกตัวออกมาจากเซาท์ออสเตรเลียและเข้าเป็นดินแดนในกำกับของสหพันธ์ ออสเตรเลียสมัครใจเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่หนึ่งโดยมีอาสาสมัครเข้าร่วมถึง60,000 คนจากประชากรชายน้อยกว่าสามล้านคนออสเตรเลียประกาศใช้บทกฎหมายเวสต์มินสเตอร์ คริสต์ศักราช 1931(พ.ศ. 2474) ในปีพ.ศ. 2485โดยมีผลบังคับใช้ย้อนไปตั้งแต่ 3กันยายนพ.ศ.2482ซึ่งเป็นการยุติบทบาทนิติบัญญัติของสหราชอาณาจักรในออสเตรเลียเกือบทั้งหมดในสงคราม โลกครั้งที่สองออสเตรเลียประกาศสงครามกับ
 
เยอรมนีพร้อมกับสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสหลังจากเยอรมนีบุกโปแลนด์ ออสเตรเลีย ส่งทหารเข้าร่วมสมรภูมิในยุโรปเมดิเตอร์เร เนียนและแอฟริกาเหนือแผ่นดินออสเตรเลีย โดนโจมตีโดยตรงครั้งแรกจากการเข้าตีโฉบฉวยทางอากาศของญี่ปุ่น ที่ดาร์วินออสเตรเลียยุตินโยบายออสเตรเลียขาวโดยดำเนินการขั้นสุดท้ายในปีพ.ศ.2516พระราชบัญญัติออสเตรเลียคริสต์ศักราช1986(พ.ศ.2529)ยกเลิกบทบาทของสหราชอาณาจักรในอำนาจนิติบัญญัติและตุลาการของ ออสเตรเลีย โดยสิ้นเชิงในปีพ.ศ.2542 ออสเตรเลีย  จัดการลงประชามติว่าจะให้ประเทศเป็นสาธารณรัฐมีประธานาธิบดีแต่งตั้งจากรัฐสภาหรือไม่ซึ่งคะแนนเสียงเกือบ55%ลงคะแนนปฏิเสธ
 

วัฒนธรรมและประชากรประเทศออสเตรเลีย

วัฒนธรรมของออสเตรเลียมีลักษณะเป็นวัฒนธรรมตะวันตก  โดยเฉพาะแบบอังกฤษหรือแองโกล-เคลติกแต่ก็ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะซึ่งพัฒนามาจากสภาพแวดล้อมและชนพื้นเมืองในระยะหลัง วัฒนธรรมของออสเตรเลียยังได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอเมริกันประเทศ ออสเตรเลียมีประชากรทั้งหมด 19ล้านคน ส่วนมากอทศัยอยู่ทางชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกเฉียงใต้ และในแทสมาเนียซึ่งประมาณ85%ของประชากรทั้งหมดอาศัยอยู่ใกล้หรืติดชายฝั่งทะเลชาวออสเตรเลีย ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการและดำเนินชีวิตแบบตะวันตกประเทศออสเตรเลีย เปรียบเสมือนบ้านของคนจาดทั่วทุกมุมโลกประชากรประมาณ1ใน5ของประชากรทั้งหมด ที่อาศัยในประเทศออสเตรเลียเป็นชาวต่างชาติ ทั้งจากเอเชียยุโรปอังกฤษและ อเมริกา ปัจจุบันนี้ประเทศออสเตรเลียได้มีการติด ต่อกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคอย่างใกล้ชิดประชากรพื้นเมืองของออสเตรเลีย  ได้แก่​ชาวอะบอริจินบนแผ่นดินหลักและชาวเกาะช่องแคบทอร์เรส​ซึ่งมีทั้งหมด 410,003คน ในปีพ.ศ.2544 (ร้อยละ ​2.2 ​ของประชากร)

สภาพภูมิอากาศประเทศออสเตรเลีย

สภาพภูมิอากาศของออสเตรเลียแตกต่างกันในแต่ละรัฐ สภาพอากาศทั่วไปจะเป็นแบบเขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดที่ทัสเมเนียประมาณ 11-12 องศาเซลเซียส และร้อนสุดที่มณฑลตอนเหนือประมาณ 34 องศาเซลเซียส
-ฤดูใบไม้ผลิ กันยายน - พฤศจิกายน อากาศดี ดอกไม้บานสวยงาม
-ฤดูร้อนธันวาคม – กุมภาพันธ์ อากาศร้อนและแห้งแล้ง บางแห่งร้อนจัด
-ฤดูใบไม้ร่วงมีนาคม – พฤษภาคม อากาศเริ่มเย็นลงตามเมืองชายฝั่งทางตอนใต้และเมืองในเขตป่าฝนจะตกชุก
-ฤดูหนาวมิถุนายน – สิงหาคม อากาศเย็นจัด มีหิมะตกบนเขตภูเขาสูงโดยทั่วไป
ตลอดทั้งปีออสเตรเลียจะมีท้องฟ้าใสและแดดแรง โดยเฉพาะตามเมืองชายทะเลและเมืองในแถบทะเลทราย จึงควรป้องกันการถูกแดดเผาโดยการใส่หมวกปีกกว้างและทาครีมกันแดดเสมอ

ภาษาประเทศออสเตรเลีย  คือ ภาษาอังกฤษ  


สกุลเงินประเทศออสเตรเลีย 
 
สกุลเงินออสเตรเลียใช้หน่วยเงินเป็นดอลล่าร์ออสเตรเลีย (100เซ็นต์จะเท่ากับ1ดอลล่าร์)
ธนบัตรจะมีตั้งแต่ 100 , 50 , 20 , 10 และ 5 ดอลล่าร์ ส่วนเหรียญจะมีตั้งแต่ 5 , 10 , 20 ,50 เซ็นต์ 1 และ 2 ดอลล่าร์ บริการการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ จะมีให้บริการที่สนามบินระหว่างประเทศแก่ทุกเที่ยวบินที่เดินทางเข้าและออก ประเทศและการแลกเปลี่ยนเงินตราหรือการแลกเช็คเดินทางสามารถทำได้อย่างรวดเร็วได้ที่ธนาคารส่วนใหญ่ในประเทศ บัตรเอทีเอ็มสามารถใช้ได้ในประเทศได้ที่ตู้เอทีเอ็มทุกๆแห่งบัตรเอทีเอ็มของประเทศอื่นๆก็สามารถใช้ได้เช่นกัน การจะเป็นเจ้าของ บัตรจะต้องใช้ระหัสประจำตัว(Personal Identification Number หรือ PIN) ในการเข้าใช้บริการหรือกดเงินสด ซึ่งเจ้าของบัตรสามารถติดต่อขอข้อมูลสำหรับบริการต่างๆและค่าธรรมเนียม ของการใช้บัตรจากธนาคารเจ้าของบัตรได้
 
ศุลกากรประเทศออสเตรเลีย 
  
กฎหมายของออสเตรเลียได้ระบุไว้อย่างเข้มงวดว่าห้ามนำยาเสพย์ติด อาวุธต่างๆ ,ปืน และสิ่งของอื่นๆ ที่มีการระบุว่าห้ามนำเข้าประเทศอย่างเด็ดขาด โดยผู้ที่ฝ่าฝืนจะได้รับการลงโทษอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาเสพย์ติดซึ่งกฎหมายจะเข้มงวดเป็นพิเศษห้ามนำเข้าขนสัตว์ หนังสัตว์ งาช้างและอวัยวะอื่นของสัตว์และนกประเภทต่างๆ นักท่องเที่ยวห้ามนำอาหารและพืชชนิดต่างๆเข้ามาในออสเตรเลีย หรือถ้ามีจะต้องแจ้งไว้ในบัตรผู้เดินทางขาเข้าประเทศและต้องนำกระเป๋าเดินทางไปแสดงที่ช่องตรวจสีแดงเพื่อที่จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาหารและพืชที่นำ เข้ามาในประเทศและถ้าตรวจสอบแล้วว่าไม่มีผลเสียใดๆก็จะได้รับคืนสำหรับที่ตรวจสอบแล้วไม่ผ่านจะต้องส่ง กลับประเทศ
 
เมืองน่าเที่ยวประเทศออสเตรเลีย 
  
Sydney New South Wales (NSW) มี Sydney เป็นเมืองหลวง เป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดและเป็นเมืองที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย มีชื่อเสียงในเรื่องชายหาด และความหลากหลายของวัฒนธรรม
 
Melbourne เมลเบิร์น 
Victoria (VIC) มี Melbourne เป็นเมืองหลวงเป็นเมืองที่ทั่วโลกรู้จักในเรื่องของวัฒนธรรมและความผสมผสานทางศิลปะบ่อยครั้งที่ถูกเปรียบเทียบกับยุโรปในเรื่องของสถาปัตยกรรมและวิธีการ
 
Brisbane บริสเบน
Queensland (QLD) มี Brisbane เป็นเมืองหลวงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทั้งของชาวออสเตรเลียและนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีอากาศที่ดี Great Barrier Reef เป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับโลก
 
Perth เพิร์ท เพิร์ธ
Western Australia (WA) มี Perth เป็นเมืองหลวง เป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุด แต่มีประชากรเพียงแค่ 8% อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุประมาณ 25% GDP

 
อัพเดทล่าสุด 12/12/2012 | view 1475
Call Center Online
CHECK MY TRIP

Testimonial
CHECK THE WEATHER
CHECK EXCHANGE RATE
CHECK THE TIME
ผู้ชมออนไลน์ขณะนี้
48 คน
สถิติผู้ชมทั้งหมด
3,335,243 คน