เตรียมตัวเดินทางไปเวียดนาม

เตรียมตัวเดินทางไปเวียดนาม

ประเทศเวียดนาม (เวียดนาม: Viet Nam)
มีชื่ออย่างเป็นทางการคือ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกสุดของคาบสมุทรอินโดจีน มีพรมแดนติดกับประเทศจีน ทางทิศเหนือ ประเทศลาว และประเทศกัมพูชา ทางทิศตะวันตก และอ่าวตังเกี๋ยทะเลจีนใต้ ทางทิศตะวันออกและใต้ หรือในภาษาเวียดนามเรียกเฉพาะทะเลทางทิศตะวันออกว่า ทะเลตะวันออก เวียดนามมีประชากรมากกว่า 89 ล้านคน ถือเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 13 ของโลก
ประเทศเวียดนาม (เวียดนาม: Viet Nam) มีชื่ออย่างเป็นทางการคือ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกสุดของคาบสมุทรอินโดจีน มีพรมแดนติดกับประเทศจีน ทางทิศเหนือ ประเทศลาว และประเทศกัมพูชา ทางทิศตะวันตก และอ่าวตังเกี๋ยทะเลจีนใต้ ทางทิศตะวันออกและใต้ หรือในภาษาเวียดนามเรียกเฉพาะทะเลทางทิศตะวันออกว่า ทะเลตะวันออก เวียดนามมีประชากรมากกว่า 89 ล้านคน ถือเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 13 ของโลก

ลักษณะภูมิประเทศ
แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ภาคเหนือ ประกอบด้วยภูเขาสูง อาทิ เทือกเขาฟานซีปาน (Fansipan) ซึ่งมีความสูงถึง 3,143 เมตร (สูงที่สุดในอินโดจีน) มีแม่น้ำสำคัญ คือ แม่น้ำกุง (Cung) ซึ่งไหลไปบรรจบกับแม่น้ำแดงเกิดเป็นสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดง (Red River Delta) ที่มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูก นอกจากนี้ ยังมีที่ราบลุ่มที่สำคัญ ได้แก่ Cao Bang, Vinh Yen และอ่าว Halong Bay ภาคกลาง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงซึ่งเต็มไปด้วยหินภูเขาไฟ หาดทราย เนินทราย และทะเลสาบ ภาคใต้ พื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นที่ราบสูง และมีที่ราบลุ่มที่สำคัญ คือ บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง (Mekong River Delta) หรือ ที่รู้จักกันในชื่อ “กู๋ลองยาง” (Cuu Long Giang) ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญขนาดใหญ่ที่สุดของเวียดนาม 

ลักษณะภูมิอากาศ
ความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ของเวียดนาม ส่งผลให้ภูมิอากาศในแต่ละภูมิภาค มีความแตกต่างกัน คือ
ภาคเหนือมีอากาศค่อนข้างหนาวเย็น แบ่งออกเป็น 4 ฤดู ได้แก่ 
1. ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม- เมษายน) มีฝนตกเล็กน้อยและความชื้นสูง
2. ฤดูร้อน (พฤษภาคม-สิงหาคม) อากาศร้อนและมีฝน 
3. ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) อากาศเริ่มเย็นขึ้น
4. ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) อุณหภูมิต่ำสุดในรอบปีอยู่ที่ประมาณ 7-20 องศาเซลเซียส แต่บางครั้งอาจลดลงถึง 0 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิสูงสุดในรอบปีอยู่ที่ประมาณ 30-39 องศาเซลเซียส
ขณะที่ภาคกลางและภาคใต้มีสภาพภูมิอากาศที่ค่อนข้างร้อนตลอดทั้งปี และมีเพียง 2 ฤดู ได้แก่ ฤดูฝน (พฤษภาคม- ตุลาคม) และฤดูแล้ง (ตุลาคม-เมษายน) 
เวลา เท่ากับประเทศไทย ลาว กัมพูชา มีเวลาเร็วกว่าเวลามาตราฐานที่กรีนนิช 7 ชั่วโมง

ภาษา
ภาษาราชการ คือ ภาษาเวียดนาม 
สำหรับภาษาอื่น ๆ ที่ใช้ในการสื่อสาร ได้แก่ ภาษาอังกฤษ (เริ่มใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น) ฝรั่งเศส จีน เขมร และภาษาของชาวเขาเผ่าต่าง ๆ (Mon-Khmer และ Malayo- Polynesian) 

เวลาทำการของหน่วยงานต่างๆ
หน่วยงานราชการ สำนักงาน และองค์กรที่ให้บริการด้านสาธารณสุขในเวียดนาม วันจันทร์-วันศุกร์ ระหว่างเวลา 8.00-16.30 น. (พิพิธภัณฑ์เปิดให้บริการเพิ่มในวันเสาร์อีกครึ่งวัน)
ร้านค้าทั่วไปเปิดให้บริการทุกวัน ระหว่างเวลา 6.00-18.30 น. 
สำนักงาน ไปรษณีย์โทรเลขเปิดให้บริการวันจันทร์-วันศุกร์ ระหว่างเวลา 7.00-20.00 น.

เมืองสำคัญ
ภาคเหนือ  ได้แก่
   
  
ฮานอย (Ha Noi) เป็นเมืองหลวง และศูนย์กลางการบริหารประเทศ
ไฮฟอง (Hai Phong) เป็น เมืองท่าสำคัญ และเขตอุตสาหกรรมหนัก
กว่างนินห์ (Quang Ninh) เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ อาทิ ป่าไม้
เว้ (Hue) เป็นเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ
กว่างนัม-ดานัง (Quang Nam-Da Nang) เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ และการท่องเที่ยว

ภาคใต้  ได้แก่ 
    
โฮจิมินห์ ซิตี้ (Ho Chi Minh City) เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจการค้า และเมืองท่าสำคัญ
ด่องไน (Dong Nai) เป็นเมืองที่มีนิคมอุตสาหกรรมมากที่สุด ในเวียดนาม
เกิ่นเธอ (Can Tho) เป็นเมืองอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปที่สำคัญ และ แหล่งเพาะปลูกข้าวที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม
เตี่ยงยาง (Tien Giang) เป็นแหล่งผลิตข้าวและผลไม้ต่าง ๆ
บาเรีย-วุ่งเต่า (Ba Ria-Vung Tau) เป็นเมืองที่มีการผลิตน้ำมันดิบ 

ระบบแลกเปลี่ยนเงินตรา 
หน่วยเป็นด่อง (Dong)อัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญสหรัฐ สามารถ แลกได้ ประมาณ 16,500 ดอง แม้ว่ารัฐบาลจะสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวต้องใช้เงินด่อง แต่ สถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป โรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ก็ยังคงรับเงิน ยูเอส เราสามารถแลกเปลียนเงินได้ที่ สนามบิน หรือ ธนาคาร โรงแรม และ ร้านที่ได้รับอนุญาติมให้แลกเงิน ร้านเหล่านี้จะเขียนอักษรสีทอง ว่า "Hieu Vang" หรือ "Hieu Kim Hoan" 

อัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่มิเตอร์ 
ในฮานอย เริ่มต้นที่ 14,000 ด่อง ขณะที่โฮจิมินห์ ซิตี้ เริ่มต้นที่ 12,000 ด่อง และจะเพิ่มขึ้นอีก 6,000 ด่อง ต่อ 1 กิโลเมตร ทั้งนี้ คนขับรถแท็กซี่ส่วนใหญ่สามารถสื่อสาร ด้วยภาษาอังกฤษได้ในระดับหนึ่ง

ไฟฟ้า 
ใช้ระบบ 220 โวลต์ 50 ไซเคิล ปลั๊กไฟสำหรับเสียบอุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นแบบสองขากลม 

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ
ฮานอย
ฮาลองเบย์
โฮจิมินห์ ซิตี้ 
ดานัง
ดาลาด
ฮอยอัน
นาชาง
ซัปปา

วีซ่า
นักท่องเที่ยวไทย ไม่ต้องขอวีซ่า สามารถอยู่ ได้ 1 เดือน และ หนังสือเดินทางต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน โดยสามารถรับวีซ่า เข้าประเทศ ได้ที่ สนามบินนานาชาติ และ ด่านตรวจคนเข้าเมืองระหว่างประเทศ ลาวและ กัมพูชา หรือ ต้องการที่จะอยู่เวียดนามภายในระยะ 6 เดือน สำหรับ นักธุรกิจ สามารถติดต่อได้โดยตรงที่ สถานฑูตเวียดนาม เลขที่ 83/1 ถนน วิทยุ กรุงเทพฯ ติดกับ โรงแรม พลาซ่า แอทธินี กรุงเทพฯ โทร0-2251-5836-8 ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30-16.00 น. 

อาหาร

อาหารเวียดนาม เป็นอาหารที่มีผักเป็น เครื่องแกล้ม และไม่ค้อยมีไขมัน หลายชนิดที่หนักไปทางแป้ง บางอย่างก็มีไส้ บางอย่างก็มีแต่แป้งอย่างเดียว ราดน้าจิ้มที่มีเพียงแบบเดียวกันหมด


แหล่งช้อปปิ้ง

ตลาดDong Xuan หรือCho Dong Xuan 

เป็นตลาดที่เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดในฮานอยอยู่ที่Dong Xuan Street, ขายอาหาร, อาหารสดสิ่งประดิษฐ์ของที่ระลึกเครื่องใช้ในบ้าน

ถนนคนเดิน 

มีในคืนวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตั้งแต่หัวค่ำยันสี่ทุ่ม กรุงฮานอยจะปิดถนน 3 สาย ความยาวร่วม 1 กิโลเมตร ตั้งแต่ วงเวียนน้ำพุ จนสุดถนน Dong Xuan 

ถนน 36 สาย

ย่านเมืองเก่าซึ่งคนเวียดนามเรียกกันว่า บาเมือยซัว โฟเฟือง หรือ โอลด์ควอเตอร์ (Old Quarter) เป็นย่านเมืองเก่าของ ฮานอย

ตลาดดองบา ช็อปซื้อของฝากกลับบ้าน ดองบา เป็นตลาดสินค้าขนาดใหญ่ของเมืองเว้ (Hue)


สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับประเทศเวียดนาม

1.สำหรับคนที่กังวลเรื่องการหาที่พักในเวียดนามไม่ต้องเป็นห่วงเลย เพราะไม่ว่าจะเป็นเวียดนามเหนือ เวียดนามใต้ หรือซาปา ล้วนแต่มีที่พักมากมายให้เลือก แม้แต่ในช่วง ไฮซีซั่น ก็ยังมีที่พักมากถึง 2 เท่าของปริมาณนักเที่ยงเที่ยว

2.การซื้อของต่างๆในเวียดนามเราสามารถต่อรองราคาได้ถึง 80% เลยทีเดียว

3.เวลาซื้ออาหาร ถามราคา หรือตกลงราคากันให้เรียบร้อยก่อนตกลงซื้อ ไม่งั้นอาจจะต้องเจ็บใจในภายหลัง

4.เวลาที่เราตกลงราคาซื้อบริการต่างๆที่สามารถใช้ก่อนแล้วจ่ายทีหลังได้นั้น ควรเขียนระบุ รายละเอียดให้ชัดเจนและเรียบร้อย (เขียนคำว่า NET  ไว้หลังราคาด้วย ไม่งั้นอาจมีภาษีตามมาทีหลังได้)

5.ก่อนไปให้แลกเงินเป็นดอลล่าร์ไว้ก่อน เพราะเราสามารถใช้เงินดอลล่าร์แลกเงินด่องได้แถมยังได้เรตที่ดีกว่าอีกด้วย

6.การเดินทางในเมืองใช้มอไซต์รับจ้างจะสะดวกกว่ารถแท็กซี่ แต่อย่าลืมตกลงราคากันก่อนที่จะใช้บริการ ถ้าเป็นแท็กซี่ก็ให้ประมาณราคาและตกลงกันให้เรียบร้อยก่อน (ให้เซ็นชื่อด้วยก็ได้) ไม่งั้นอาจเจอมิเตอร์เทอร์โบได้

7.เที่ยวที่ไหนก็ตาม ถ้าได้จ่ายราคาที่แพงกว่าคนท้องถิ่นเล็กๆน้อยก็อย่าไปใส่ใจเลย(ขนาดเค้ามาเที่ยวบ้านเรายังคิดราคาไม่เท่ากันเลย)

8.หุ่นกระบอกน้ำไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้าก็ได้เพราะมีการแสดงหลายรอบแถมยังอยู่ไม่ไกลจากแหล่งที่พักอีกด้วย

9.การเที่ยวในเมือง ซื้อทัวร์แบบซิตี้ทัวร์วันเดียวจะคุ้มกว่าถ้าหากไปกันไม่กี่คนจ้างวินมอไซต์ หรือ เช่า มอไซต์จะดีกว่า



 
อัพเดทล่าสุด 11/02/2015 | view 583
Call Center Online
CHECK MY TRIP

Testimonial
CHECK THE WEATHER
CHECK EXCHANGE RATE
CHECK THE TIME
ผู้ชมออนไลน์ขณะนี้
62 คน
สถิติผู้ชมทั้งหมด
3,088,086 คน